ข้อความต้อนรับ

ยินดีต้อนรับหัวใจเกษตรกรรม...ติดต่อสอบถามได้ทุกวัน หรือ ฝากเรื่องไว้ที่โปรแกรมหน้าเว๊ปไซต์ ขอบคุณล่วงหน้า

Please contact us with all your heart ... agriculture or the program's web site. Thanks in advance.

หญ้าในนาข้าวไม่ตาย20-50วันปรึกษาได้

ข้อความวิ่งบนบาร์ด้านบน

สารนำพา A-100 เสริมฤทธิ์ยาเคมี+แม่ปุ๋ยทางใบ



Name : A-100(เอ-ร้อย) สารเร่งอัฉริยะสำหรับพืช ดูดซึม 100% ใน 1 นาที
DetailsA-100
(เอ-ร้อย)เป็นสุดยอดของเทคโนโลยีสมัยใหม่ล่าสุด ผลิตภัณฑ์เพื่อเกษตรไทย สารอัจฉริยะ ประสิทธิภาพสูง เร่งยาให้เร็ว เร่งยาให้แรง เพิ่มประสิทธิภาพของยาและสารเคมี ดูดซึมเข้าสู่ระบบเซลล์ของพืชได้อย่างรวดเร็ว ออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วยแก้ปัญหากับเกษตรได้จริง ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต
คุณสมบัติ
ช่วยให้สารเคมีออกฤทธิ์ทำได้ได้มากถึง 99%
เชื้อโรค แมลง หญ้า ถูกกำจัดได้อย่างง่ายดาย
ควบคุมการระบาดของแมลงและหญ้า ได้นานมากขึ้น
ไม่ต้องฉีดพ่นสารเคมีบ่อยครั้ง
ลดการใช้สารเคมีลง
ไม่กลัว แสงแดด ลม และฝน
วิธีใช้
ทุกครั้งที่ฉีดพ่นสารทางใบ เช่น ยาฆ่าเมลง ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าเชื้อรา หรือ อาหารเสริม A-100(เอ-ร้อย)1 ฝา 2 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร
ถ้ามีการระบาดของแมลงอย่างมาก ให้เพิ่มปริมาณ A-100(เอ-ร้อย)เป็น 1 ฝา (2 ซีซี) ต่อน้ำ 20 ลิตร
Normal price : 200.00
(1ขวดขึ้นไป)
Special price : 170.00
(100ขวดขึ้นไป)
A-100(เอ-ร้อย) (สำหรับฉีดพ่นบนเครื่องบินเล็กในต่างประเทศ)เป็นสารเสริมประสิทธิภาพที่เกาะติดและแทรกเข้าใบพืชทุกชนิด หรือ ถ้าให้พูดให้เห็นภาพก็คือเหมือนกับเราเอาน้ำมันพืชหยดลงบนกระดาษ หรือ หยดน้ำลงใบบัวด้านนวลเแค่ไม้จิ้มฟันจุ่มมาดๆพอแล้วและเทียบเกรดกับยาจับใบ บริษัทขายตรงในประเทศไทยที่ว่าแน่ๆ   หรือถ้าอยากดูการทดลอง
คุณสมบัติและประโยชน์  :
ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับสารกำจัดศัตรูพืช และช่วยเร่งในการนำตัวยาเคมีให้ซึมแทรกเข้าสู่ต้นพืชได้รวดเร็ว
พืช  : ทุกชนิด       อัตราใช้ :3 ซีซี /น้ำ 20 ลิตร
ลักษณะสำคัญ :ป็นสารประเภทไร้ประจุ (Non-Ion)ไม่ทำลายผิวพืช ดูดซึมเร็วกว่าสารเสริมประสิทธิภาพทั่ว 5 เท่า







         สารลดแรงตึงผิวมีบทบาทที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ในแต่ละวันมนุษย์ใช้สารลดแรงตึงผิวแทบทุกกิจกรรม เช่น การทำความสะอาดร่างกายและของใช้  การ ใช้เครื่องสำอาง การย่อยอาหาร กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม เป็นต้น นอกจากนี้สารลดแรงตึงผิวก็มีบทบาทที่สำคัญในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ในกระบวนการบำบัดน้ำเสีย ในการกำจัดคราบน้ำมันและสิ่งสกปรก  ในการกำจัดสารแขวนลอยหรือคลอรอยด์ในน้ำ  การเลือกประเภทของสารลดแรงตึงผิว ปริมาณหรือความเข้มข้นของสารลดแรงตึงผิว รวมถึงสภาวะอื่นๆให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานต่างๆเป็นสิ่งที่ สำคัญอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพื่อทำให้สารลดแรงตึงผิวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและไม่ สร้างปัญหาเพิ่มให้กับสิ่งแวดล้อม  สารลดแรงตึงผิวส่วนใหญ่จะสามารถย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ ทั้งนี้ความสามารถในการถูกย่อยสลายจะขึ้นกับโครงสร้างของสารลดแรงตึงผิว รวมทั้งปริมาณของสารลดแรงตึงผิวที่เหลืออยู่จากการใช้  การช้สารลดแรงตึงผิวในปริมาณที่เหมาะสม นอกจากจะช่วยลดต้นทุนการบำบัดแล้วยังมีส่วนช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ในน้ำดื่มปริมาณสารลดแรงตึงผิวที่สามารถเจือปนได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย เท่ากับ 0.5 มิลลิกรัม ต่อลิตร การศึกษาและการพัฒนาการนำสารลดแรงตึงผิวมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ให้มากขึ้นโดยเฉพาะทางด้านสิ่งแวดล้อมจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งในอนาคต

คุณสมบัติของสารลดแรงตึงผิว


สารลดแรงตึงผิว หรือ SURFace ACTive AgeNT มีชื่อเรียกโดยทั่วไปทางวิทยาศาสตร์ว่า “ Surfactant ” สารลดแรงตึงผิวเดิมทีเดียวมาจากภาษาเยอรมันว่า Tensid ซึ่งตั้งโดยนักเคมีชาวเยอรมันในปี ค.ศ. 1960  สารลดแรงตึงผิวส่วนใหญ่เป็นสารประกอบอินทรีย์ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ชอบน้ำ (hydrophilic group) และส่วนที่ไม่ชอบน้ำ (hydrophobic group) ดังแสดงในภาพที่ 1b ส่วนที่ไม่ชอบน้ำมักจะเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน คือมีธาตุคาร์บอนและไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบหลัก ส่วนใหญ่จะมาจากไขมันและน้ำมันตามธรรมชาติ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และโพลีเมอร์สังเคราะห์ ลักษณะที่สำคัญของสารลดแรงตึงผิวคือเมื่อใส่สารลดแรงตึงผิวเพียงเล็กน้อยลง ในน้ำ สารลดแรงตึงผิวจะไปลดแรงตึงผิวของน้ำเพื่อให้เกิดกระบวนการต่างๆ ง่ายขึ้น เช่น การเกิดฟอง การทำให้เปียก และกระบวนการทำความสะอาด เป็นต้น ส่วนที่ไม่ชอบน้ำจะพยายามหนีน้ำโดยไปเกาะกับพื้นผิวที่ว่าง เช่น อากาศ  ส่วนที่ชอบน้ำจะยังคงอยู่ในน้ำซึ่งแสดงในภาพที่ 1c  สารลดแรงตึงผิวสามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทซึ่งแบ่งตามลักษณะหรือประจุของส่วนที่ชอบน้ำ (hydrophilic group) ได้แก่

1.      สารลดแรงตึงผิวที่มีประจุบวก (Cationic surfactant) ได้แก่ Cetyltrimethyl ammonium bromide (CTAB) ซึ่งมีสูตรโมเลกุล คือ C16H33N(CH3)3+Br-  สารลดแรงตึงผิวที่มีประจุบวกมักจะพบในผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน ครีมนวดผม และน้ำยาปรับผ้านุ่ม เป็นต้น


2.       สารลดแรงตึงผิวที่มีประจุลบ (Anionic surfactant) ได้แก่ Sodium dodecyl sulphate (SDS) ซึ่งมีสูตรโมเลกุล คือ CH3(CH2)11SO4-Na+ มักจะเป็นส่วนประกอบในผงซักฟอกและสบู่ เป็นต้น


3.       สารลดแรงตึงผิวที่ไม่มีประจุ (Nonionic surfactant) ได้แก่ Polyoxyethylene alcohol ซึ่งมีสูตรโมเลกุล คือ (CnH2n+1(OCH2CH2)mOH) สารลดแรงตึงผิวที่ไม่มีประจุนี้มักจะนำไปผสมในสบู่เหลวล้างหน้า


4.       สารลดแรงตึงผิวที่มีทั้งประจุบวกและประจุลบ (Zwitterionic surfactant) ได้แก่ b-N-Alkylaminopropionic Acids มีสูตรโมเลกุล คือ RN+H2CH2CH2COO- ซึ่งเป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง สารป้องกันการกัดกร่อน และสารยับยั้งแบคทีเรีย เป็นต้น
          
           สารลดแรงตึงผิวยังมีคุณสมบัติที่ทำให้เฟสสองเฟสที่ต่างกันมารวมตัวกันได้ คำว่าอยู่คนละ เฟส คือ การไม่ผสมเป็นเนื้อเดียวกัน น้ำและน้ำมันไม่ละลายซึ่งกันและกันเพราะมีคุณสมบัติที่ต่างกันโดยที่น้ำเป็น สารประกอบที่มีขั้ว ส่วนน้ำมันเป็นสารประกอบที่ไม่มีขั้ว เมื่อใส่สารลดแรงตึงผิวเข้าไปเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้สองเฟสมารวมกันเป็น เฟสเดียวกันได้ ตัวอย่างเช่น การใส่ไข่แดงซึ่งมี lecithin เป็นสารลดแรงตึงผิวประกอบอยู่ประมาณ 10% ลงไปในน้ำที่ผสมน้ำมันเพื่อทำน้ำสลัด ทำให้น้ำและน้ำมันรวมตัวเป็นเนื้อเดียวกัน


ตัวอย่างโครงสร้างของสารลดแรงตึงผิวแสดงในภาพที่ 1  ภาพที่ 1a แสดงโครงสร้างของสารลดแรงตึงผิวชนิดประจุลบซึ่งมีสูตรโมเลกุล คือ C12H25SO4-Na+   ภาพที่ 1b เป็นการแสดงโครงสร้างของสารลดแรงตึงผิวทั่วไปซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนที่ชอบน้ำและส่วนที่ไม่ชอบน้ำซึ่งสามารถเปรียบเทียบโครงสร้างได้กับภาพที่ 1a โดยที่ส่วนที่ไม่ชอบน้ำคือ C12H25 และส่วนที่ชอบน้ำ คือ SO4-  และ ภาพที่ 1c แสดงการเรียงตัวของสารลดแรงตึงผิวเมื่อวางตัวอยู่ในน้ำ 
          
            ตารางที่ 1 แสดงการเปรียบเทียบสารลดแรงตึงผิวทั้ง 4 ชนิดในการทำให้เกิดฟอง ความสามารถในการซักล้าง และการทำให้พื้นผิวอ่อนนุ่ม จะเห็นว่าสารลดแรงตึงผิวที่มีประจุลบจะมีคุณสมบัติทำให้เกิดฟองดีที่สุด  ส่วน สารลดแรงตึงผิวที่มีทั้งประจุบวกและลบจะมีคุณสมบัติในการทำให้พื้นผิวอ่อน นุ่มดีที่สุด สารลดแรงตึงผิวแต่ละชนิดมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน ในปัจจุบันได้มีการนำสารลดแรงตึงผิวแต่ละชนิดมาผสมกันในอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตารางที่ 1 เปรียบเทียบความสามารถของสารลดแรงตึงผิวทั้ง 4 ชนิด ในการทำให้เกิดฟอง การซักล้าง และการทำให้พื้นผิวเกิดความอ่อนนุ่ม (Tiger Chemical Company, 1997)
ประเภท / คุณสมบัติ
สารลดแรงตึงผิว
การเกิดฟอง
ความสามารถในการซักล้าง
ความสามารถในการทำให้อ่อนนุ่ม
ประจุลบ
ดีที่สุด
ค่อนข้างดี
ไม่แน่นอน
ไม่มีประจุ
ดี
ดี
ดี
ประจุบวก
ไม่ดี
ปานกลาง
ไม่ดี
ประจุบวกและลบ
ค่อนข้างดี
ดี
ดีที่สุด
การนำสารลดแรงตึงผิวไปใช้ประโยชน์


สารลดแรงตึงผิวมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในชีวิตประจำวันของมนุษย์ ในร่างกายมนุษย์ก็มีสารลดแรงตึงผิวประกอบอยู่ เช่น Gall Acid ซึ่ง จะย่อยสารประเภทไขมันได้ สารลดแรงตึงผิวมีประโยชน์หลายๆ ด้าน โดยเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์ต่างๆ และเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการผลิตต่างๆ ได้แก่


1.      สารลดแรงตึงผิวเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น ผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม ครีมนวดผม และผลิตภัณฑ์ที่มีฟอง เป็นต้น


2.       สารลดแรงตึงผิวเป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางและครีมกันแดด


3.       สารลดแรงตึงผิวถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์ ผลิตยา


4.      สารลดแรงตึงผิวถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรม เช่น กระบวนการย้อมผ้า การเคลือบสีไม้หรือโลหะ การผลิตพลาสติก การทำหนังสัตว์ การผลิตเนยเทียม  เค้กและไอศกรีม เป็นต้น


5.       สารลดแรงตึงผิวถูกนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น บำบัดน้ำเสีย กำจัดมลพิษทางดิน ดูดซับของเสีย เป็นต้น


6.       สารลดแรงตึงผิวถูกนำมาใช้ในกระบวนการสกัดแยก เช่น การสกัดแยกแร่   การแยกน้ำมัน ออกจากน้ำ เป็นต้น
        นอกจากนี้ยังมีการนำสารลดแรงตึงผิวมาใช้ในเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น นาโนเทคโนโลยี  เทคโนโลยีชีวภาพ   งานพิมพ์อิเล็คทรอนิกส์  และเครื่องบันทึกแถบแม่เหล็ก เป็นต้น


            นอกจากสารลดแรงตึงผิวจะมีบทบาทในชีวิตประจำวันแล้ว เช่น ในกระบวนการทำความสะอาด สารลดแรงตึงผิวยังมีบทบาทที่สำคัญและนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆมากมาย รวมทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ในกระบวนการบำบัดน้ำเสีย อย่างไรก็แล้วแต่การนำสารลดแรงตึงผิวไปใช้ประโยชน์นั้นจะต้องพิจารณาอย่าง รอบคอบ ทั้งนี้เพราะสารลดแรงตึงผิวก็สามารถทำลายสิ่งแวดล้อมได้เช่นกันถ้ามีการใช้ ในปริมาณที่ไม่ถูกต้องและมีนำสารลดแรงตึงผิวผิดประเภทมาใช้ ตัวอย่างเช่นในการปล่อยน้ำซักผ้าหรือน้ำยาล้างจานที่เข้มข้นซึ่งมีสารลดแรงตึงผิวเป็นส่วนประกอบลงในแม่น้ำลำคลอง จะทำให้เกิดฟองอย่างมาก  นอกจากจะทำลายสุนทรียภาพของแม่น้ำลำคลองแล้ว ยังสร้างผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ  และอาจต้องใช้เวลานานที่กระบวนการธรรมชาติโดยแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์จะย่อยสลายสารลดแรงตึงผิวได้หมด US. EPA. ได้กำหนดความเข้มข้นของสารลดแรงตึงผิวในน้ำดื่มให้ไม่เกิน 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร (Kawamura, 2000)
1 ขวดก็ส่งทั่วโลกhttp://2.bp.blogspot.com/-OurYXFg9nq4/UFXUXPEdowI/AAAAAAAACKM/xutUyeSeMpw/s1600/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3A-100+%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94.jpg

หน้าฝนจะฉีดยาเคมีฆ่าหญ้า ฆ่าหนอน ฆ่าเพลี้ย คิดนานมากม๊าก  เราขอนำเสนอ A-100 สารเร่งยาเคมีและนำพาสารเคมีทุกชนิด ฮอร์โมนเข้าใบพืชทุกประภทได้รวดเร็ว แค่  5 นาทีก่อนฝนตกได้ผล 100 %  
ใช้ได้ตั้งแต่ ผสมไกโฟเสตฉีดหัวคันนา  ผสมยาหมักข้าวดีดข้าวเด้ง  ผสมยาคุมเลน  ผสมยาคุมฆ่า  ไม่ซื้อใช้จะเสียใจตลอดการทำนา 1ฤดู


ประหยัดกว่า  ได้ผลดีกว่า  เกรดยุโรป  ราคาเอเชีย
รับสมัครตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทย สมัครวันนี้ล็อกพื้นที่การขายให้ก่อน  โทรเลย.087-9181-778


หาคำว่า  ราคาแม่ปุ๋ยทางใบ จากเว็ปไซต์ค้นหาชั้นนำของโลก www.google.com  ( สำหรับเกษตรต้องการเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ๆ....ประหยัดจริง ได้ผลผลิตดีขึ้นและมากขึ้น ฝากผลงานสินค้าคุณภาพไว้ด้วยจ๊ะ  เราจัดส่งทั่วประเทศไทยทุกพื้นที่....ที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึงและไปรษณีย์ส่งได้ ทางลาดยาง หรือ คอนกรีตผ่าน ไฟฟ้า ประปาเข้าถึง มีเสาโทรศัพท์เคลื่อนที่ติดตั้ง
By  ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี
 เราขาย.....ธาตุอาหารหลักของพืชเท่านั้น 
ส่งทั่วประเทศไทยได้แล้ววันนี้......ฟรีค่าขนส่งทั่วประเทศไทย....ติดต่อด่วน!!!

หาคำว่า ราคาแม่ปุ๋ยเคมีวันนี้  18-46-0 / 0-0-60 / 46-0-0
สินค้าแนะนำ : วัคซีนเม็ด ชนิดเข้มข้นพิเศษ
สรรพคุณ : ใบตั้ง เขียทนเขียวนาน ต้นแข็ง ควรผสมร่วมกับแม่ปุ๋ยทางใบทุกครั้ง
<<< รับสมัครตัวแทนจำหน่าย หรือ จุดกระจายสินค้า ทั่วประเทศไทย >>> 
แชทกับทีมงาน ..........คลิกตรงนี่
ติดต่อกลับที่ทีมงาน  คลิกตรงนี่
** กรุณาฝากเรื่องไว้หน้าเว็ปหลักของทางร้านเท่านั้น**
จำหน่ายสารเคมีเกี่ยวกับการเกษตร สวนส้ม อาหารสัตว์ และ ฟาร์มกุ้ง
-
คอปเปอร์ซัลเฟต(Copper Sulphate Pentahydrate) หรือ จุลสี สำหรับผสมแร่ธาตุอาหารสัตว์ ,กำจัดหอยเชอรี่ ในฟาร์มกุ้ง,ใช้ทาต้นส้มเพื่อป้องกันเชื้อรา, ป้องกันตะไคร่น้ำในสระว่ายน้ำ
-
โซเดียมโมลิบเดต (Sodium Molybdate) สำหรับเพิ่มแร่ธาตุในปุ๋ย
-
แคลเซี่ยมไนเตรท (Calcium Nitrate) หรือ ปุ๋ย 15-0-0
-
แม็กนี่เซี่ยมซัลเฟต (Magnesium Sulphate) หรือ ดีเกลือ
-
โปตัสเซี่ยมไนเตรท (Potassium Nitrate) หรือ ปุ๋ย 13-0-46
-
โมโนโปตัสเซี่ยมฟอสเฟต (Monopotassium Phosphate) หรือ MKP ปุ๋ย 0-52-34
-
โมโนแอมโมเนี่ยมฟอสเฟต (Monoammonium Phosphate) หรือ ปุ๋ย 12-60-0
-
โปตัสเซี่ยมคลอไรด์ (Potassium Chloride) หรือ ปุ๋ย 0-0-60
-
โปตัสเซี่ยมซัลเฟต (Potassium Sulphate) หรือ ปุ๋ย 0-0-51
-
ไดแอมโมเนี่ยมฟอสเฟต (Diammonium Phosphate) หรือ DAP ปุ๋ย 21-54-0
-
ซิงค์ซัลเฟต(Zinc Sulphate Monohydrate & Zinc Sulphate Heptahydrate) สำหรับเพิ่มธาตุสังกะสี
-
แมงกานีสซัลเฟต (Manganese Sulphate Monohydrate)
-
บอริค แอซิด (Boric Acid)
-
บอแร็กซ์ (Borax 5H2O & Borax 10H2O)
-
ฟอสฟอริก แอซิด (Phosphoric Acid)
-
ไนตริก แอซิด (Nitric Acid)
-
โซเดียมลิกโนซัลโฟเนต (Sodium Lignosulfonate)
-
แคลเซี่ยมคลอไรด์ (Calcium Chloride)
-
เฟอรัสซัลเฟต (Ferrous Sulphate Heptahydrate)
-
อีดีทีเอ (EDTA 2Na & EDTA 4Na)
-
กลูโคส (Glucose Monohydrate หรือ Dextrose)
-
แม็กนีเซี่ยมคลอไรด์ (Magnesium Chloride)
-
โซเดียม ไบคาร์บอเนต (Sodium Bicarbonate)
อื่น ๆ สามารถ สอบถามกับ ป.เคมีภัณฑ์ ณ.สิงห์บุรี ได้โดยตรง  ยินดีให้บริการกับทุกท่าน